สภากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แสวงหาแนวทางในการลดขยะของเมือง โดยต้องการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนภายใน 13 ปี

สภากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แสวงหาแนวทางในการลดขยะของเมือง โดยต้องการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนภายใน 13 ปี

NULL

  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้หารือเรื่องการบัญญัติกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดขยะและเปลี่ยนเส้นทางจากพื้นที่ฝังกลบและโรงเผาขยะเพื่อเป็นแนวทางที่ช่วยให้เมืองได้บรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนภายใน 13 ปี แมรี่ เชฮ์ สมาชิกสภา และประธานคณะกรรมการการขนส่งและสิ่งแวดล้อม จะจัดการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการลดปริมาณขยะให้เหลือศูนย์ ค.ศ. 2019 ในวันจันทร์ และรับทราบถึงเป้าหมายของเมืองในการเปลี่ยนเส้นทางกำจัดขยะปริมาณ 80 % ภายในปี 2575 น.ส. เชฮ์ สส. เขต 3 กล่าวว่า “เป้าหมายมีความก้าวหน้าไปอย่างช้าๆ และกรุงวอชิงตัน ดีซี เองยังคงล้าหลังเขตการปกครองอื่นในความพยายามเปลี่ยนเส้นทางการกำจัดขยะของพวกเรา โดยอัตราการเปลี่ยนเส้นทางการกำจัดขยะตามบ้านเรือนทั่วทั้งวอชิงตัน ดี.ซี. ในปัจจุบัน อยู่ที่ 23% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ที่ 34% และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเขตการปกครองที่กำลังก้าวหน้าอื่น ๆ อย่าง มอนต์โกเมอรี่เคาน์ตี้ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณอยู่ที่ 60% และซานฟรานซิสโกเคาน์ตี้ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณอยู่ที่ 70%” การบัญญัติกฎหมายซึ่งเสนอโดยสมาชิกสภาจำนวน 8 คน เมื่อเดือนตุลาคม กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารเชิงพาณิชย์ เช่น ผู้ประกอบการในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงแรม ภัตตาคารขนาดใหญ่ ต้องคัดแยกและนำเศษอาหารมาหมักเป็นปุ๋ย กฎหมายดังกล่าวยังกำหนดให้ร้านอาหารต่าง ๆ ใช้จาน แก้ว และถ้วยที่สามารถใช้ซ้ำได้ สำหรับการทานในร้าน และแจกจ่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้งเท่าที่จำเป็นตามที่ขอ เช่น กระดาษเช็ดมือ ชุดช้อนส้อม เป็นต้น นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะกำหนดแผนนโยบายส่งเสริมความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ในวงกว้าง สำหรับแบตเตอรี่ ของมีคม เช่น เข็มและเข็มฉีดยา เป็นต้น ซึ่งจะคล้ายกับกฎหมายความรับผิดชอบต่อสีของเมืองที่กำหนดให้ผู้ผลิตสีเก็บและรีไซเคิลหรือกำจัดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วอย่างปลอดภัย แคทเธอรีน พลูม รองประธานประจำท้องถิ่นจากเซียร่าคลับ กล่าวว่า ร้านอาหารจะสามารถลดปริมาณขยะลงได้กว่า 90% โดยการหมักทำปุ๋ย ในการนี้ นางพลูมยังชื่นชมแนวทางที่หลากหลายของการบัญญัติกฎหมายเพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืน แต่ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้หากได้รับการประกาศให้เป็นกฎหมาย  

21 ก.ย. 2563   65  
ข้อเสนอแนะ
ติดตามเรา